BLOGGER TEMPLATES AND TWITTER BACKGROUNDS

Twitter

Earth Hour 2010 will see Big Ben's lights go out!



     
      Earth Hour started Down Under in 2007 when 2.2 million homes and businesses in Sydney, Australia turned their lights off for one hour to take a stand against climate change.

      A year later, Earth Hour had become a global sustainability movement, with over 50 million people across 35 countries participating.
      Global landmarks ranging from the Sydney Harbour Bridge, to the Golden Gate Bridge in San Francisco and Rome's Colosseum stood in darkness as "symbols of hope".
      In March 2009, over 4,000 cities in 88 countries officially "switched off" to pledge their support for the planet, making Earth Hour 2009 the world's largest global climate change initiative.
      Organised by conservation organisation WWF, Earth Hour has the backing of celebrities ranging from X Factor winner Alexandra Burke and chart stars Paloma Faith and Mel C to Archbishop Desmond Tutu and uber couple Gisele Bundchen and Tom Brady.
      Tomorrow, Coca-Cola will switch off the lights of its legendary neon sign in London's Piccadilly Circus for only the fourth time since the second world war.
      Other big landmarks confirmed for the big switch-off include Big Ben, Buckingham Palace, Edinburgh Castle, Manchester's Arndale Centre and the Millenium Stadium in Cardiff.
                                                                 
                                                                              
.                                                                Joanne McCabe
                                                                                 

A combination of pictures shows lights switched on in Hong Kong's financial district before (top) and during Earth Hour (bottom) on Saturday. Earth Hour, when everyone around the world is asked to turn off lights for an hour from 8.30 p.m. local time, is meant as a show of support for tougher action to confront climate change.
Bobby Yip/Reuters


Thanks available from:

http://www.metro.co.uk/news/819304-earth-hour-2010-switch-on-to-the-big-climate-change-switch-off

http://www.csmonitor.com/CSM-Photo-Galleries/In-Pictures/Earth-Hour-2010/(photo)/2



searching on 27/03/2010

Everybody heard_Haiti_Thai

Nodame

สืบค้นมาเพื่อสะสมเรื่องที่ชอบไว้แบ่งกันอ่าน ๘๐ ปี ติน ติน From http://movie.mthai.com/view/31/36087-movie_news.movie


80 ปี แตง แตง


"คู่แข่งของผมในระดับโลกมีเพียงคนเดียวคือ ตินติน" ชาร์ลส์ เดอ โกลล์ อดีตประธานาธิบดีและรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศส กล่าวถึงบุรุษหนุ่มนามตินตินเอาไว้เช่นนั้น และถือได้ว่าเป็นคำกล่าวที่เป็นการให้เกียรติและยกย่องถึงที่สุด หากคิดว่าตินตินเป็นชื่อคนที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงๆ แต่เป็นเพียงตัวละครเอกในการ์ตูนชุดการผจญภัยของตินติน จากปลายปากกาของจอร์จ เรมี เจ้าของนามปากกาแอร์เช่
Tintin มา จากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งต้องออกเสียงเป็นแตงแตง (แต่คนไทยเคยชินกับการออกเสียงตาแบบภาษาอังกฤษว่าตินตินมากกว่า) เป็นนักข่าวหนุ่มที่มักจะเดินทางไปตามสืบเรื่องโน้นเรื่องนี้ทั่วโลก พร้อมกับเจ้าหมาน้อยสีขาวคู่ใจ สโนวี่ และบรรดาผอง เพื่อน ที่ทั้งหมดต่างก็กลายเป็นอมตะบนหน้าหนังสือการ์ตูนยอดฮิตที่หลังเปิดตัวใน เบลเยียมแล้ว ก็ดังระเบิดจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปแปลเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลกกว่า 58 ภาษา และมียอดขายแล้วมากกว่า 200 ล้านเล่
จอร์จ เรมี บรรจงสร้างสรรค์ตินตินขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยเรื่องชื่อตินตินในแผ่นดินโซเวียต (Tintin in the Land of the Soviets) ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ Le Petit Vingtieme เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.1929 ถึงปีนี้ตินตินจึงมีอายุครบ 80 ปี


ส่วนผู้ให้กำเนิดแตง แตง ครบรอบ 100 ปีในปีนี้ แต่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2526 วันเกิดของแตง แตงคือวันที่ 10 มกราคม 2472 การจัดพิธีอย่างเป็นทางการมีขึ้นในวันที่ 14 มกราคม โดยมีการเปิดตัวภาพบนผนังเพื่อเป็นเกียรติแก่แตง แตง ที่สถานีรถไฟบรัสเซลส์-ลักเซมเบิร์ก ที่กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียม


เป็น 80 ปี ที่มีคุณค่า และได้รับเกียรติในฐานะตัวละครจากการ์ตูนตัวหนึ่งที่มีผู้นิยมไปทั่วโลก จนเรื่องราวของตินตินถูกพัฒนาไปเป็นละครทางโทรทัศน์ ละครเวที ภาพยนตร์ ฯลฯ มาแล้วมากมาย



หลัง จากการเดินทางครั้งแรกของตินตินไปยังโซเวียตแล้ว ต่อจากนั้น ตินตินยังถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจอีกหลายประเทศทั่วโลก ตามแต่จินตนาการของจอร์จ เรมี จะสร้างสรรค์ไปถึง เช่น คองโก อเมริกา ทิเบต ฯลฯ ทั้งๆ ที่ สถานการณ์ของโลกในขณะนั้น การเดินทางระหว่างประเทศยังไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แถมบางประเทศก็เข้าได้ยากเย็น แต่จอร์จ เรมี ก็สามารถพาผู้อ่านเดินทางตามตินตินไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แถมยังพรั่งพร้อมด้วยข้อมูลของแต่ละท้องถิ่น ทำให้นอกจากหนังสือการ์ตูนชุดนี้จะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังให้มุมมองที่กว้างไกลแก่ผู้อ่านอีกด้วย
และ ดูเหมือนว่าการเดินทางทั่วโลกจะยังไม่เพียงพอ จอร์จ เรมี ยังเขียนเรื่องราวให้ตินตินได้มีโอกาสไปเดินเล่นบนดวงจันทร์ ผ่านเรื่องราวชุดจุดหมายจันทรา (Destination Moon) ในปี ค.ศ.1950 ด้วย


นับ เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำยุค และตินตินนักข่าวหนุ่มจากเบลเยียมก็สามารถดั้นด้นขึ้นไปถึงดวงจันทร์ได้ก่อน ที่สหรัฐอเมริกาจะส่งยานอพอลโล 11 ขึ้นไปถึงดวงจันทร์ได้จริงๆในปี ค.ศ.1969 หรือ 19 ปี หลังจินตนาการบรรเจิดที่ผู้สร้างตินตินได้เคยเดินทางไปถึง
ตลอดเวลา 54 ปี ที่จอร์จ เรมี ได้ทำให้ตินตินโลดแล่นอยู่บนถนน ของการเป็นผู้สื่อข่าวระดับนานาชาตินั้น ได้มีการนำเสนอเรื่องราวออกมารวมทั้งหมด 23 ชุด โดยการผจญภัยครั้งสุดท้ายของตินตินที่เป็นผลงานอันสมบูรณ์จากปลายปากกาของจอร์จ เรมี คือตินตินและพิกาโรส์ (Tintin and the Picaros) ที่ออกมาในปี ค.ศ.1976 หลังจากนั้น จอร์จ เรมี ได้ร่างเรื่องราวตอนใหม่คือ Tintin and Alph-Art ไว้ ทว่า ยังไม่ทันที่จะเรียบร้อยดี พ่อผู้ให้กำเนิดตินตินก็ถึงแก่กรรมใน ค.ศ.1983 หลังจากนั้น 3 ปี Tintin and Alph Art ถึงได้มีโอกาส ออกตีพิมพ์สู่สายตาแฟนๆ
จอร์จ เรมี บอกเอาไว้ก่อนเสียชีวิตว่า ไม่ควรจะมีใครมาเขียนเรื่องราวของตินตินต่อจากเขาอีก ดังนั้น การผจญภัยของนักข่าวหนุ่มกับหมาคู่ใจจึงคงมีเพียง 24 เล่ม และไม่ได้มีการสานต่อ ต่างจากนักเขียนการ์ตูนชื่อดังคนอื่นๆ ที่แม้จะจากไปแล้วแต่ยังมีทีมงานสร้างผลงาน ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นก็ทำให้ตินตินคงความเป็นเอกลักษณ์ และอมตะ แม้จะมีนักเขียนบางคนพยายามเขียนเรื่องการผจญภัยตอนใหม่ของตินตินออกมา แต่ก็ถูกจัดชั้นว่าเป็นเพียงของปลอม รวมทั้งตอนที่ชื่อว่า ตินตินในเมืองไทย (Tintin in Thailand) ด้วย แต่ท่านที่อยากดู การ์ตูน Tin Tin ฉบับลิขสิทธิ์ก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะยังมี DVD ตินตินของแท้ให้หาชมกันได้ในบ้านเรา Download
http://freeecomic.blogspot.com/2008_07_01_archive.html

ในบรรดาเรื่องราวการผจญภัยทั้งหมดของตินตินนั้น จอร์จ เรมี เคยบอกเอาไว้ว่า เรื่องที่เขาชอบมากที่สุด คือตินตินในทิเบต (Tintin in Tibet) ที่ตีพิมพ์ใน ค.ศ.1960 หรือเพียง 1 ปี หลังจากที่ดาไลลามะเสด็จลี้ภัยออกจากทิเบตไปสู่อินเดีย และด้วยเรื่องราวที่ตินตินได้เข้าไปตามหาเพื่อนในเทือกเขาทิเบตนี้เอง ที่ทำให้ตินตินได้รับรางวัลแสงสว่างแห่งความจริงของดาไลลามะ (Dalai Lama's Truth of Light) ในปี ค.ศ.2006 นับเป็นตัวละครตัวแรกที่ได้รางวัลนี้ในฐานะผู้แนะนำทิเบตออกสู่สายตาชาวโลก
การ ที่ผู้คนทั่วโลกยกย่องตินติน เป็นเพราะความสามารถของจอร์จ เรมี ที่ได้รับการนับถือว่า เป็นนักเขียนมือทองที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของข้อมูล และภาพที่ออกมาก็สะท้อนถึงการเดินทางไปสู่ ดินแดนต่างๆได้เป็นอย่างดี โดยตัวของตินตินนั้น มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะจำลองรูปลักษณ์มาจากน้องชายของจอร์จ เรมี ด้านอุปนิสัยนั้น เมื่อมีคนเคยถามเจ้าตัว ผู้สร้างตินตินก็บอกว่า นักข่าวร่างเล็กคนนี้ คือ การเปิดเผยให้เห็นถึงความปรารถนาในการผจญภัย และไหวพริบปฏิภาณที่มีอยู่ในตัวเขาเอง

และด้วยความโด่งดังของจอร์จ เรมี ที่แม้จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ ในปี ค.ศ.2007 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 100 ปี ของเขา ก็มีการ เฉลิมฉลองศตวรรษให้อย่างสมฐานะ เช่น มีการจัดทำแสตมป์ที่ระลึกในเบลเยียม ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ฯลฯ รวมถึงมีการจัดการแสดงละครเพลงเรื่องสุดรักของเขา คือ ตินตินในทิเบตขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นต้น
และที่ลอนดอนนี้เอง ที่เป็นเมืองแรกที่มีการตั้งร้านขายสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับตินติน คือ The Tintin Shop ตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 และ หลังจากนั้นก็มีการขยับขยายไปเปิดร้านในอีกหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมทั้งบ้านเกิดของตินตินที่เบลเยียม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปเยี่ยมด้วย
แม้จะผ่านมาถึง 80 ปีแล้ว ติ นตินก็ยังไม่ แก่ แต่ยังเป็นนักข่าวหนุ่มที่กระตือรือร้นกับการเสาะแสวงหาความจริงแห่งเรื่อง ราวอันน่าสนใจอยู่เสมอ ทั้งในเบลเยียมเองและทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ที่มีแฟนๆตินตินอยู่จำนวน มากที่หลงรักพ่อหนุ่มนักผจญภัยคนนี้อย่างไม่เสื่อมคลาย
ทีมงาน ต่วย'ตูน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ tyler

เขียนเมื่อ 19:35 น. 12 เม.ย. 2009



read more



ต้ังใจจะเขียนวีนครูทำไม่สำเร็จตามเคย สายเสมอ




ครูที่สอนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ก็คือครูที่ชื่อ "ตนเอง"

รูปสวย glitter emoticon comment glitter.mthai.com

The Impossible Quiz


by Mighty Widgets

น่านนะซิ วันนี้วันครู


คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ



christmas time card on boxing day 2009

thanks for christmas time

เรารักในหลวง

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...